ปัญหาที่พบบ่อย

สียึดเกาะไม่ดี หรือชั้นสีลอกตัวจากพื้นผิววัสดุ โดยอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ในบางครั้งสามารถส่งผลกระทบต่อระบบสีได้หลายชั้น

สาเหตุ :

ชั้นสีชั้นใดชั้นหนึ่งภายในระบบสีติดไม่แน่นสนิทดีเนื่องจากสารปนเปื้อน การใช้กระดาษทรายผิดเบอร์ ใช้ตัวเร่งหรือทินเนอร์ไม่ถูกต้อง ทินเนอร์ที่ใช้แห้งเร็วเกินไป หรือระยะเวลาทิ้งช่วงระหว่างเที่ยวไม่เพียงพอ >> ดูแปลกๆ  ถ้าใช้เป็น ระยะเวลาทิ้งช่วงระหว่างรอบการลงทินเนอร์ไม่เพียงพอ? 

การแก้ไข :

ทำให้ชั้นสีที่ลอกร่อนหลุดออกและพ่นใหม่ตามระบบ ขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่, อาจทำให้หลุดออก ด้วยการขัดกระดาษทราย (Sanding) การลอกสี (Stripping) หรือการพ่นขัดด้วยทราย (Sandblasting)

ขั้นตอนแรก ควรทำให้ชั้นสีที่ลอกร่อนหลุดออก ซึ่งอาจทำได้ด้วยการขัดกระดาษทราย (Sanding) การลอกสี (Stripping) 

หรือการพ่นขัดด้วยทราย (Sandblasting) ทั้งนี้วิธีการลอกสีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ จากนั้นจึงพ่นสีใหม่ตามระบบ

2.สีเป็นตุ่มเล็กๆ

พื้นผิวมีเม็ดเล็กๆปรากฏขึ้น ในลักษณะแผ่กระจายหรือเป็นกลุ่มตุ่มเล็กๆเกิดขึ้นภายใต้สีทับหน้าระหว่างสีชั้นล่างชั้นใดชั้นหนึ่ง หากลองเปิดพื้นผิวที่เป็นเม็ดออกอย่างระมัดระวังจะสามารถพบเห็นได้ว่าชั้นสีใดเป็นต้นตอของตุ่มเล็ก ๆ สีเป็นตุ่มเล็ก ๆ มีสาเหตุจากความชื้นหรือสารปนเปื้อนภายใต้ สีดันระบบสีรถยนต์ขึ้น โดยปกติแล้ว จะเกิดขึ้นหลังจากใช้งานแล้วสักระยะหนึ่ง

พื้นผิวมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ โดยอาจจะเป็นอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือแผ่กระจายบนพื้นผิว ตุ่มเล็กๆเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้สีทับหน้าระหว่างสีชั้นใดชั้นหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากความชื้นหรือสารปนเปื้อนภายใต้สีดันระบบสีรถยนต์ขึ้น ตุ่มเล็กเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นหลังจากใช้งานแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งหากลองเปิดพื้นผิวที่เป็นเม็ดออกอย่างระมัดระวัง จะสามารถพบเห็นได้ว่าชั้นสีใดเป็นสาเหตุของตุ่มสีเล็กๆเหล่านี้ได้

สาเหตุ :

มีตุ่มเล็ก ๆ ในพื้นที่สีเดิมจากโรงงานมีสารปนเปื้อนติดอยู่บนผิวก่อนการพ่นสีมีละอองไอน้ำจากการควบแน่นของอากาศชื้นเกาะบนรถยนต์ หลังเช็ดทำความสะอาดคราบไขมันแล้วฝุ่นจากการขัดด้วยกระดาษทรายแห้งตกค้างอยู่บนพื้นผิวรถขัดสีโป๊วพลาสติกด้วยกระดาษทรายน้ำ หรือสีโป๊วดูดความชื้นจากอากาศ

การแก้ไข :

ทำให้ชั้นสีที่เป็นตุ่มเล็ก ๆ ของระบบสีหลุดออก ด้วยการขัดกระดาษทราย (Sanding)การลอกสี (Stripping) หรือการพ่นขัดด้วยทราย (Blasting)จนถึงพื้นผิวที่เรียบและพ่นสีใหม่อีกครั้ง

3.สีเป็นฝ้ามัว

สีที่พึ่งพ่นเสร็จมีฝ้าขุ่นขาวปรากฏขึ้น (เป็นฝ้ามัว) สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งผลิตภัณฑ์ 1K ซึ่งแห้งตัวได้เองและผลิตภัณฑ์ 2K

สาเหตุ :

การใช้ทินเนอร์ที่แห้งเร็วมากจะทำให้พื้นผิววัสดุเย็นตัวลงเร็วมาก ซึ่งเป็นเหตุให้ความชื้น ควบแน่นเป็นละอองไอน้ำเกาะบนพื้นผิวฟิล์มสีที่ยังเปียกอยู่แรงดันลมที่ใช้พ่นสีสูงเกินไปเป็นเหตุให้ชิ้นงานเย็นตัวเร็วบริเวณโดยรอบชิ้นงานชื้นหรือหนาวเย็น หรือมีการหมุนเวียนเร็วเกินไป ระยะเวลาแห้งตัวสำหรับชิ้นงานที่พ่นสีแล้วยังไม่นานพอที่สีจะแห้งสนิทก่อนนำออกมาสู่ภายนอกและเกิดควบแน่นเป็นละอองไอน้ำแทรกตัวอยู่ในฟิล์มสี

การแก้ไข :

ในกรณีปัญหาเล็กน้อย ขัดบริเวณที่ซ่อมไว้ด้วยผลิตภัณฑ์ขัดเงาสีรถ ในกรณีที่เป็นปัญหามาก ขัดสีทับหน้าออกด้วยกระดาษทรายและพ่นสีใหม่อีกครั้ง

4. สีเป็นตาปลา

พื้นผิวสีที่ยังไม่แห้งประปรายไปด้วยรูเล็ก ๆ มีลักษณะเป็นหลุมซิลิโคน ในบางครั้งสามารถมองเห็นพื้นผิวชั้นล่างที่ก้นหลุม

สาเหตุ : เช็ดทำความสะอาดคราบไขมันตัวถังไม่ดีพอลมที่ออกมาจากเครื่องปั๊มลมมีน้ำหรือน้ำมันปนออกมา การแก้ไข :

เช็ดทำความสะอาดคราบไขมันพื้นผิวที่เป็นหลุมอย่างทั่วถึง ขัดพื้นผิวที่เป็นหลุมจนเรียบ พ่น

5. สีเป็นละออง

พบละอองสีเกาะอยู่บนพื้นผิวสีที่เพิ่งพ่นเสร็จและไม่ถูกดูดกลืนลงไป พื้นผิวดูหยาบเนื่องจาก มีอณูละอองสีที่แห้งแล้วเกาะติดอยู่

สาเหตุ :

ใช้ทินเนอร์ที่แห้งเร็วเกินไปส่วนผสมสีพ่นข้นเกินไปเนื่องจากเติมทินเนอร์น้อยเกินไป แรงดันลมปืนพ่นสีสูงเกินไป เดินปืนพ่นสีเร็วเกินไปหรือพ่นห่างชิ้นงานเกินไป ใช้หัวพ่นขนาดเล็กเกินไป การแก้ไข :

ในกรณีส่วนใหญ่ การขัดด้วยยาขัดก็เพียงพอแล้ว ในกรณีพิเศษ จำเป็นต้องขัดบาง ๆ ด้วย กระดาษทรายและพ่นสีใหม่

6. สีเป็นผิวส้ม พื้นผิวสีที่เพิ่งทำเสร็จดูไม่เรียบลื่นและมีลักษณะคล้ายผิวส้ม สาเหตุ :

ส่วนผสมสีพ่นข้นเกินไป ทินเนอร์แห้งเร็วเกินไป อัตราแรงดันลมปืนพ่นสีสูงหรือต่ำเกินไป อุณหภูมิโดยรอบสูงหรือต่ำเกินไป

การแก้ไข :

หากเป็นผิวส้มเพียงเล็กน้อย สามารถขัดออกได้ด้วยยาขัด หากเป็นมาก ต้องขัดพื้นผิวออกด้วย กระดาษทรายและพ่นสีใหม่